Thursday, September 06, 2007

บ้านเมืองไร้ขื่อไร้แปล

อ่านไทยโพสต์เจอข่าวเกี่ยวกับการแปลเอกสารคดี CTX ของคตส.แล้วก็รู้สึกกึ่งมึนกึ่งขำ

"...สำหรับคดีทุจริตอื่น โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดส่งเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด (ซีทีเอ็กซ์ 9000) นายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส.กล่าวว่า เอกสารเกี่ยวกับสำนวนซีทีเอ็กซ์ที่ส่งไปให้กระทรวงการต่างประเทศแปลแล้วส่งกลับมาให้ คตส. จากการตรวจสอบพบว่ายังไม่ได้แปลแต่อย่างใด โดยกระทรวงฯ อ้างว่านายกรัฐมนตรีเห็นด้วยให้ว่าจ้างบริษัทเอกชนทำการแปลแทน และบุคลากรของกระทรวงมีน้อย รวมทั้งต้องใช้งบประมาณสูงมาก จึงส่งเอกสารกลับคืนมา
"เจตนาที่ คตส.ส่งเอกสารให้กระทรวงการต่างประเทศแปล เพราะหากคดีส่งให้ศาลพิจารณาตัดสิน จะทำให้ข้อมูลเป็นที่น่าเชื่อถือมากกว่าการจ้างเอกชนแปล ซึ่งต้องนำเรื่องเข้าหารือกับที่ประชุม คตส.ชุดใหญ่ในวันจันทร์ที่ 10 ก.ย.นี้" นายนามกล่าว"

คุณมีสิทธิ์เลือกได้แค่สองในสามอย่างนี้ 1) ดี 2) เร็ว 3) ถูก

อะไรนะ คุณจะเอา "ดี เร็ว ฟรี" เหรอ ถ้าคุณหาได้ในโลกนี้ช่วยบอกผมทีเถอะ

"...แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการไต่สวนการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ที่มีนายอำนวย ธันธรา กรรมการ คตส.เป็นประธาน กล่าวว่า การที่กระทรวงการต่างประเทศไม่แปลเอกสาร ทำให้การทำงานของอนุกรรมการฯ เกิดอุปสรรค และต้องหาทางออกในที่ประชุม คตส.ชุดใหญ่ เพราะเอกสารหลักฐานที่อัยการสูงสุดของสหรัฐส่งมาเป็นความลับ โดยห้ามเปิดเผยเนื้อหาในเอกสารเด็ดขาด การให้บุคคลภายนอกแปลจึงไม่สามารถทำได้
"การที่กระทรวงการต่างประเทศอ้างว่าไม่มีบุคลากร ที่ผ่านมาอนุกรรมการไต่สวนฯ ต้องอ่านเอกสารคนเดียว 30 กว่าแฟ้มใหญ่ มีเอกสารหลายพันแผ่น แต่นี่แค่เอกสารจำนวนไม่กี่ร้อยแผ่นกลับไม่ยอมช่วยเหลือ" แหล่งข่าวกล่าว"

โห แหล่งข่าวนี่สงสัยจะเป็นเซียนจุติมาเกิด พูดยังกะว่าการแปลเอกสารกับการอ่านเอกสารไม่ได้แตกต่างอะไรมากในเรื่องของเวลา ผมว่าถ้ามอบหมายกระทรวงการต่างประเทศ (ซึ่งเป็นกระทรวงที่เล็กที่สุดในประเทศ) ให้อ่านเอกสารอย่างเดียวเขาคงอ่านเสร็จก่อนท่านแหล่งข่าวหรอกครับ

"แหล่งข่าวจากกรรมการ คตส.กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้แนบหนังสือมาพร้อมเอกสารระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้แปลเอกสารเฉพาะในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างรถ-เรือดับเพลิงของ กทม.ไปแล้วกว่า 400 หน้า เหลืออีก 29 หน้า แต่ละหน้าใช้เวลาแปล 4 ชั่วโมง ส่วนสำนวนการจัดซื้อจัดจ้างซีทีเอ็กซ์ 9000 มีจำนวน 1,442 หน้า ยังไม่มีการแปลแต่อย่างใด เนื่องจากมีบุคลากรไม่เพียงพอ เพราะมีคณะทำงานแปลเพียง 26 คน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่กรม หรือกองใดในกระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่แปลเอกสารโดยเฉพาะ และเอกสารมีคำศัพท์ที่เป็นศัพท์ทางเทคนิค ด้านช่างกล บัญชีธุรกิจพาณิชยการ รวมถึงด้านวิศวะจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงฯ ไม่มีบุคลากรที่เชี่ยวชาญและชำนาญพอ
"กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งปัญหาดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรีทราบแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วยว่าควรจ้างผู้ชำนาญแปลเอกสารดังกล่าว โดยจ้างบริษัทเอกชนหรือศูนย์การแปลให้แปลต่อไป" แหล่งข่าวกล่าวและว่า หาก คตส.ส่งเอกสารให้เอกชนแปลจะเป็นการทำให้ความลับรั่วไหล เพราะเอกสารระบุชัดว่ามีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง โดยเนื้อหาบางส่วนระบุว่า บริษัทอินวิชั่นฯ ได้ตั้งขึ้นในไทยก่อนมีการประมูลเกิดขึ้น
แหล่งข่าวกล่าวว่า หากไม่มีทางออกคาดว่าจะประสานไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้มีคำสั่งให้ทหารที่จบจากต่างประเทศมาทำหน้าที่ในการแปลเอกสาร โดยจะให้มานั่งเป็นคณะทำงานใน คตส.ก็ได้ เพราะ คตส.พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่หากเป็นทางออกที่ดีได้"

ครับ ดีครับ สั่งให้ทหารที่จบจากต่างประเทศแปลไปเลย ทหารทำทุกอย่างได้อยู่แล้วนี่ ยิ่งจบจากต่างประเทศด้วยแสดงว่าภาษาต้องเป็นเลิศแน่นอน ก๊ากๆๆ

3 comments:

Banyong said...

ก่อนหน้านี้เห็นข่าวแล้วนึกจะถามคุณบ๊อบว่ามันเป็นไงมาไง พอได้อ่าน"ไร้ขื่อไร้แปล" จึงพอสรุปได้ว่า น่าจะระบุในรัฐธรรมนูญว่า จะทำสัญญาใดๆกับต่างชาติต้องมีฉบับไทยประกบไว้แต่ต้น ไม่งั้นก็ no deal at all.

Bob Boonhod said...

ปัญหามีอยู่ว่าหากสัญญาทำเป็นสองภาษา จะต้องมีภาษาใดภาษาหนึ่งที่ใช้เป็นหลักในกรณีที่เกิดการพิพาท หากมีภาษาไทยประกบไว้แต่ต้นอย่างที่คุณว่าก็น่าจะดี แต่หากกำหนดเช่นนั้นในรัฐธรรมนูญคงจะไม่มีชาติำไหนกล้าทำสัญญากับเรา เพราะเราจะเป็นฝ่ายตีความได้่ดีที่สุดประเทศเดียว ดังนั้นภาษาที่ใช้ในสัญญาคงต้องเป็นสิ่งที่ตกลงกันในสัญญาแต่ละฉบับ ตามแต่คู่สัญญาจะตกลงกัน

Anonymous said...

อย่าบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด?